วันพุธที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2554

สูตรการย่างเนื้อ

 บ้านนี้เป็นบ้านของคน ช่ า ง กิ น ค่ะ . .
ในครัวมักเต็มไปด้วยอาหาร มีหมดทุกอย่างทั้งของสดและของตุน มากเท่าที่พื้นที่ในอพาตเม้นต์เล็กๆของเราจะจุได้
แต่ละวันและแต่ละมื้อ จะพยายามทำอาหารให้หลากหลาย คือหลายชาติหลายเมนู สลับปรับเปลี่ยนกันไปเพื่อไม่ให้ทั้งคนกินและคนทำเบื่อ
อยู่ในครัวมันก็มีความสุขดีนะคะ ถึงจะขลุกอยู่ในนั้น จนหน้ามันหัวฟู แต่เวลาบ้านทั้งบ้านมันอวลไปด้ยกลิ่นอาหารกลิ่นขนม โหย มันสวรรค์ดีๆนี่เองค่ะ



ตั้งแต่ย้ายชีวิตมาอยู่ที่นี่กับสามี ก็ทำอาหารแต่ละมื้อแทบจะไม่ซ้ำชนิด
แต่ก็มีเมนูที่ทำจาก ' เ นื้ อ ห มั ก ' นี่แหละนะ
ที่ทำซ้ำแล้วซ้ำอีก ตามคำเรียกร้องของพ่อยอดชายในบ้าน

เมนูนี้ มันจะเวียนมาทุกอาทิตย์ เพราะคุณสามี สะกิด (ให้ทำเนื้อหมัก) อยู่เรื่อย
ซึ่งเราเอง เจอ สะกิด แบบนี้ทีไร ใจมันอ่อนทุกที ต้องทำเจ้าเนื้อหมักนี้เก็บไว้จนกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้ว







อาจจะเป็นเพราะคุณสามีมีเชื้อจีนอยู่มาก จึงชอบอาหารสไตล์นี้
เนื้อนุ่มๆ แล้วน้ำราดเหนียวๆ เป็นอะไรที่เขาชอบนักชอบหนา เห็นทานได้ดีไม่มีเบื่อ
ทำทีไร เป็นได้เติมสองรอบสามรอบ ชื่นใจคนทำเป็นที่สุด แต่ก็อดห่วงไม่ได้ กลัวท้องเขาจะแตกเหลือเกิน





รูปพวกนี้ เป็นซีรีย์เนื้อน้ำมันหอย ที่ถ่ายสะสมมาเรื่อย
ถ่ายเก็บไว้แซวพ่อยอดชายเขานั่นแหละว่า ดูซิ !!! คนอะไรจะทานเมนูนี้ได้บ่อยขนาดนี้


เวลาทำเสร็จปุ๊บก็ตักใส่จาน เตรียมจะทานกันเลยในมื้อนั้นๆ จานก็เลยดูบ้านๆ อย่างที่เห็น
รูปอาจจะไม่ค่อยสวย จานอาจจะเลอะเทอะและมีล้น ก็ขออภัยจ้า






เนื้อน้ำมันหอยทานกับเส้นหมี่ เส้นโกยซีหมี่ เส้นพาสต้า
หรือไม่ก็ข้าวสวยหอมมะลิแบบไทย ข้าวญี่ปุ่น . . อร่อยเหมือนกันหมด . .



หมี่ห่อไข่


เครื่องที่ใส่ . . เปลี่ยนไปตามของสดที่มีในตู้เย็น

ใส่หน่อไม้ พริกหวาน บล๊อคโคลี่ แครอท หอมใหญ่ ถั่วลันเตา .. ฯลฯ
แต่ส่วนประกอบหลักที่ยังไงก็ต้องมี คือ เจ้าเนื้อหมัก เห็ด และน้ำราดเหนียวๆ






เวลาทาน คุณสามีเขาจะชอบใส่พริกไทยและเหยาะโชยุเพิ่ม อันนั้นเป็นสูตรของเขา

ส่วนจานของเรา กินกี่หนกี่หนก็ต้องราดด้วยซอสพริกยี่่ห้อนี้ทุกครั้งไป


ชีวิตนี้ขาดไม่ได้ถ้าไม่มีเธอ


เจ้าซอสนี้ . . มันอร่อยจริงๆ ค่ะ

เราได้ลิ้มรสของมันครั้งแรกตอนไปเวียดนามเมื่อหลายปีก่อน
เป็นซอสพริกศรีราชาที่รสชาติจัดจ้านถูกปากเราที่สุดเท่าที่เคยกินมา


ราดบนเนื้อน้ำมันหอยแบบนี้ มันเข้ากั๊นนนน เข้ากัน


แต่เผ็ดมากกกกก




.
.




: : วิธีหมักเนื้อแบบบ้านนี้ ก็ง่ายเอามากๆ : :



เริ่มจากการเลือกเนื้อวัวก่อนเลย
( ใช้เนื้อลูกวัวก็อร่อยดีเหมือนกันนะ )


เนื้อที่ใช้ จะเป็นส่วนเนื้อสันใน สันนอก สันสะโพก สันคอ บ้านนี้กินได้หมด เอามาหมักได้ทั้งนั้น
ไม่ได้กำหนดตายตัวว่าต้องใช้เนื้อสันมาหมักเสมอไป เพราะเนื้อส่วนอื่นที่ติดเอ็นและไขมัน ก็ทำให้นุ่มและเหนียวหนึบไปอีกแบบ

สำหรับใครที่ต้องการเนื้อหมักนุ่มๆ แบบ extream ล่ะก็
ให้เลี่ยงเนื้อส่วนบริเวณขา เนื้อตรงบริเวณอก และบริเวณส่วนท้องนะคะ
เพราะส่วนนี้จะมีผังผืดเยอะ ทานแล้วไม่อร่อยจ้า เหนียวมากกก







ได้เนื้อสวยๆมาแล้ว ล้างทำความสะอาดสักนิดนึงนะ แล้วก็ลงมือหั่นเลยค่ะ

การหั่นมีผลต่อความนุ่มของเนื้อมากนะคะ ต้องหั่นตามขวางของลายเส้นเนื้อเท่านั้นค่ะ








เนื้อที่หั่นสไลด์เสร็จเรียบร้อย เอาลงในชามที่เราจะหมักเลยค่ะ
หรือจะใส่กล่องทัปเปอร์แวร์ - ใส่ถุงพลาสติก หรือถุงซิปล๊อคก็ได้เช่นกัน




จากนั้น ลงส่วนผสมน้ำหมักตามนี้ไปเลย

แป้งข้าวโพด
3 ช้อนโต๊ะพูนๆ

ซีอิ๊วขาว หรือ โชยุ
2 ช้อนโต๊ะ

น้ำมันมะกอก extra virgin
2 ช้อนโต๊ะ

น้ำมันงา
1 ช้อนชา

นมสด 3/4 ถ้วยตวง
( ถ้าเนื้อเยอะ ใส่ไปเลย 1 ถ้วย )




* * * แล้วก็ใช้มือขยำๆ ๆ ๆ เนื้อและบรรดาส่วนผสมให้เข้ากัน * * *
ช่วงขยำนี้ มือเลอะเทอะหน่อยนะจ๊ะ ใครมีถุงมือพลาสติกก็เอามาใส่ได้เลย กันมือเหม็นติดกลิ่นเนื้อค่ะ

อ้อ .. อีกหนึ่งส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้อาหารอร่อย อย่าลืมใส่ขี้มือ เอ๊ย ความรัก เป็นตัวชูรสนะคะ






.
.




หมักทิ้งเอาไว้เลยในตู้เย็นช่องธรรมดา
อย่างๆน้อยไม่ควรต่ำกว่าสองชั่วโมง หมักข้ามคืนได้ยิ่งดี

สำหรับในรูปนี้
เป็นเนื้อที่ผ่านการหมักมาแล้วห้าชั่วโมง ค่ะ





.
.

ปกติเราจะหมักเอาไว้เยอะนิดนึง กะปริมาณคร่าวๆ เอาให้พอทานได้สองมื้อ

อย่างตามรูปเนื้อหมักในกล่องพลาสติกด้านบนนั้น ตอนที่จะทำกับข้าว เราแบ่งเอาออกมาใช้แค่ครึ่งเดียวเท่านั้น
อีกครึ่งนึงทีเหลือ จะแช่แข็งไว้ในช่องฟรีซ เพื่อเก็บไว้ทำอาหารมื้ออื่นๆ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาหมักซ้ำๆ หลายๆรอบ

ส่วนจะเอามาปรุงแบบไหน อยากได้เนื้อน้ำมันหอยรสชาติยังไง ผัดได้ตามแต่ละคนชอบเลยจ้า


- - - - - - - - - - - - - - - - -

ถ้าจะเอาเนื้อหมักสูตรนี้ไปทำพวกผัดกะเพรา หรือทำพวกแกงเผ็ด
เราจะตัด น้ำมันงา ออกไปค่ะ เพราะไม่ชอบให้กลิ่นน้ำมันงามันตีกับกลิ่นเครื่องแกงอื่นๆ

- - - - - - - - - - - - - - - - -





เนื้อหมักในสูตรนี้ เอามาปรุงอาหารได้หลายเมนูนะคะ ไม่ได้จำกัดอยู่ที่เมนูเนื้อน้ำมันหอยอยู่อย่างเดียว

บางทีเราก็เอาเนื้อพวกนี้มาทำผัดกระเพราบ้าง เป็นเนื้อผัดพริกไทยดำบ้าง
ใช้ทำแกงเนื้อ แกงเขียวหวาน หรือเอามาทำเนื้อเกาหลีก็อร่อยมาก


เนื้อเกาหลี อีกหนึ่งจานโปรด






หมักแล้วจะได้เนื้อนุ่มแบบนี้เล้ยยยยยย . .

การทำผัดกระเพราหมูู

 หมูสับผัดกระเพรา
ส่วนผสม
  1. น้ำมันพืชสำหรับผัด 50 cc.
  2. กระเทียมสับละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ
  3. พริกขี้หนูสับละเอียด 2 ช้อนโต๊ะ
  4. พริกขึ้หนูบุบ 20 กรัม
  5. เนื้อหมูสับ 200 กรัม
  6. ซอสหอยนางรม 2 ช้อนโต๊ะ
  7. ซอสปรุงรส 1 ช้อนชา
  8. น้ำตาลทราย 1/2 ช้อนชา
  9. น้ำซุปไก่ 2 ช้อนโต๊ะ
  10. ใบกระเพราเด็ดเป็นใบ 10 กรัม
  11. ข้าวสวยกด
  12. ไข่เป็ดดาวจนสุก 1 ฟอง
วิธีทำ
  1. ใส่น้ำมันพืชลงในกระทะ ตั้งไฟพอร้อน ใส่กระเทียมกับพริกขึ้หนูผัดจนมีกลิ่นหอม
  2. ใส่เนื้อหมูลงผัดจนสุกเหลือง พริกขี้หนูบุบ ปรุงรสด้วยซอสหอยนางรม ซอสปรุงรส น้ำตาลทราย และน้ำซุปไก่
  3. ผัดจนเข้ากัน ใส่ใบกระเพรา ผัดจนกระทั่งสุก ตักราดบนข้าวสวย รับประทานคู่กับไข่ดาว

การทำข้าวผัดอเมริกัน


ข้าวผัดอเมริกัน (American Fried Rice)

ข้าวผัดอเมริกันเป็นอาหารสิ้นคิดอีกจานที่เรามักจะสั่งมาทานเป็นประจำตอนอยู่เมืองไทย ทำไมก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ทั้งๆ ที่ก็ไม่ได้ติดใจในรสชาติอะไรนักหนาหรอกนะคะ อาจเป็นเพราะสีสันมันยั่วใจก็ได้ค่ะ

มาดูวิธีการทำข้าวผัดอเมริกันตามสัญชาตญาต (มั่วๆ) ของเรากันนะคะ ก่อนอื่นเราก็นำปีกไก่หรือน่องไก่ที่เราจะใช้ทอดเพื่อเป็น เครื่องเคียงทานกับข้าวผัดไปหมักกับซีอิ้วขาว น้ำตาล น้ำมันหอยและพริกไทย นำไปแช่เย็นไว้สัก 2 ชม. ก่อนค่ะ

เครื่องปรุงข้าวผัด
1. ข้าวสวย
2. เนยเค็ม
3. หอมหัวใหญ่
4. ลูกเกด
5. พริกหวาน
6. ซอสมะเขือเทศ
7. แครอท
8. ซีอิ้วขาว, เกลือ, น้ำตาลทราย
9. ไส้กรอก
10. ไข่ไก่

- เมื่อเตรียมเครื่องปรุงเรียบร้อย ก่อนที่จะเริ่มทำข้าวผัดก็นำไก่ที่หมักจนได้ที่แล้วออกจากตู้เย็น ชุบแป้งโกกิทอดให้กรอบนอกนุ่มใน อร่อยถูกใจทั้งครอบครัว (อิอิ)

- ส่วนไส้กรอกก็จัดการผ่าหัวท้าย แล้วทอดซะนะคะ

- ไข่ไก่เอาไปทำไข่ดาวเตรียมไว้โปะหน้าข้าวผัดเลยค่ะ

วิธีทำข้าวผัด
1. หอมหัวใหญ่ปอกเปลือกหั่นตามยาว ลูกเกดล้างแล้วสะเด็ดน้ำ พริกหวานและแครอทหั่นเต๋าเล็กเตรียมไว้ค่ะ

2. นำกระทะตั้งไฟใส่เนยลงไป พอละลายใส่หอมหัวใหญ่ลงผัดจนหอม แล้วตามด้วยลูกเกด พริกหวาน แครอท ซอสมะเขือเทศ ผัดให้เข้ากัน

3. ใส่ข้าวสวยลงไปแล้วเร่งไฟแรง คนให้ข้าวเข้ากับส่วนผสมอื่นชิมรสนิดนึง แล้วเหยาะซีอิ้วขาว เกลือ และน้ำตาลทรายเพิ่มอย่างละนิดอย่างละหน่อยก็พอค่ะ หรือถ้ารสชาติถูกใจแล้วก็ไม่ต้องใส่ค่ะ (ก็แหงล่ะ ถ้าอร่อยแล้วจะใส่เพิ่มทำไมล่ะเนอะ)

4. เสร็จแล้วตักใส่ถ้วย กดให้แน่นนิดหน่อย แล้วคว่ำถ้วยลงบนจานที่จะใช้เสิร์ฟ แล้วจัดไก่ทอด ไส้กรอกและไข่ดาวลงในจานค่ะ

ด้วยความที่ชอบทานผัก เราก็ทำผัดผักทานเคียงอีกด้วยค่ะ ก็แค่ผัดมะเขือเทศ เห็ดหอม พริกหวาน และถั่วแขกกับน้ำมันนิดหน่อย ปรุงรสด้วยน้ำมันหอยและซีอิ้วขาวนิดๆ ก็เรียบร้อยค่ะ อื้อ..อิ่มตื้อเลยค่า


ข้าวผัดอเมริกัน (American Fried Rice)

ข้าวผัดอเมริกันเป็นอาหารสิ้นคิดอีกจานที่เรามักจะสั่งมาทานเป็นประจำตอนอยู่เมืองไทย ทำไมก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ ทั้งๆ ที่ก็ไม่ได้ติดใจในรสชาติอะไรนักหนาหรอกนะคะ อาจเป็นเพราะสีสันมันยั่วใจก็ได้ค่ะ

มาดูวิธีการทำข้าวผัดอเมริกันตามสัญชาตญาต (มั่วๆ) ของเรากันนะคะ ก่อนอื่นเราก็นำปีกไก่หรือน่องไก่ที่เราจะใช้ทอดเพื่อเป็น เครื่องเคียงทานกับข้าวผัดไปหมักกับซีอิ้วขาว น้ำตาล น้ำมันหอยและพริกไทย นำไปแช่เย็นไว้สัก 2 ชม. ก่อนค่ะ

เครื่องปรุงข้าวผัด
1. ข้าวสวย
2. เนยเค็ม
3. หอมหัวใหญ่
4. ลูกเกด
5. พริกหวาน
6. ซอสมะเขือเทศ
7. แครอท
8. ซีอิ้วขาว, เกลือ, น้ำตาลทราย
9. ไส้กรอก
10. ไข่ไก่

- เมื่อเตรียมเครื่องปรุงเรียบร้อย ก่อนที่จะเริ่มทำข้าวผัดก็นำไก่ที่หมักจนได้ที่แล้วออกจากตู้เย็น ชุบแป้งโกกิทอดให้กรอบนอกนุ่มใน อร่อยถูกใจทั้งครอบครัว (อิอิ)

- ส่วนไส้กรอกก็จัดการผ่าหัวท้าย แล้วทอดซะนะคะ

- ไข่ไก่เอาไปทำไข่ดาวเตรียมไว้โปะหน้าข้าวผัดเลยค่ะ

วิธีทำข้าวผัด
1. หอมหัวใหญ่ปอกเปลือกหั่นตามยาว ลูกเกดล้างแล้วสะเด็ดน้ำ พริกหวานและแครอทหั่นเต๋าเล็กเตรียมไว้ค่ะ

2. นำกระทะตั้งไฟใส่เนยลงไป พอละลายใส่หอมหัวใหญ่ลงผัดจนหอม แล้วตามด้วยลูกเกด พริกหวาน แครอท ซอสมะเขือเทศ ผัดให้เข้ากัน

3. ใส่ข้าวสวยลงไปแล้วเร่งไฟแรง คนให้ข้าวเข้ากับส่วนผสมอื่นชิมรสนิดนึง แล้วเหยาะซีอิ้วขาว เกลือ และน้ำตาลทรายเพิ่มอย่างละนิดอย่างละหน่อยก็พอค่ะ หรือถ้ารสชาติถูกใจแล้วก็ไม่ต้องใส่ค่ะ (ก็แหงล่ะ ถ้าอร่อยแล้วจะใส่เพิ่มทำไมล่ะเนอะ)

4. เสร็จแล้วตักใส่ถ้วย กดให้แน่นนิดหน่อย แล้วคว่ำถ้วยลงบนจานที่จะใช้เสิร์ฟ แล้วจัดไก่ทอด ไส้กรอกและไข่ดาวลงในจานค่ะ

ด้วยความที่ชอบทานผัก เราก็ทำผัดผักทานเคียงอีกด้วยค่ะ ก็แค่ผัดมะเขือเทศ เห็ดหอม พริกหวาน และถั่วแขกกับน้ำมันนิดหน่อย ปรุงรสด้วยน้ำมันหอยและซีอิ้วขาวนิดๆ ก็เรียบร้อยค่ะ อื้อ..อิ่มตื้อเลยค่า

การทำต้มยำกุ้ง

วิธีการทำสปาเก็ตตี้

การสนทนาทางอินเตอร์เน็ต

อินเทอร์เน็ต

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
รูปแสดงเครือข่ายใยแมงมุม (WWW) ที่เชื่อมโยงรอบ ๆ วิกิพีเดีย
อินเทอร์เน็ต (อังกฤษ: Internet) หมายถึง เครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ ที่มีการเชื่อมต่อระหว่างเครือข่ายหลายๆ เครือข่ายทั่วโลก โดยใช้ภาษาที่ใช้สื่อสารกันระหว่างคอมพิวเตอร์ที่เรียกว่า โพรโทคอล (Protocol) ผู้ใช้เครือข่ายนี้สามารถสื่อสารถึงกันได้ในหลายๆ ทาง อาทิเช่น อีเมล เว็บบอร์ด และสามารถสืบค้นข้อมูลและข่าวสารต่างๆ รวมทั้งคัดลอกแฟ้มข้อมูลและโปรแกรมมาใช้ได้

เนื้อหา

[ซ่อน]

ที่มา

อินเทอร์เน็ตเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1969 (พ.ศ. 2512) จากการเกิดเครือข่าย ARPANET (Advanced Research Projects Agency NETwork) ซึ่งเป็นเครือข่ายสำนักงานโครงการวิจัยชั้นสูงของกระทรวงกลาโหม ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีวัตถุประสงค์หลักของการสร้างเครือข่ายคือ เพื่อให้คอมพิวเตอร์สามารถเชื่อมต่อ และมีปฏิสัมพันธ์กันได้ เครือข่าย ARPANET ถือเป็นเครือข่ายเริ่มแรก ซึ่งต่อมาได้ถูกพัฒนาให้เป็นเครือข่าย อินเทอร์เน็ตในปัจจุบัน

การประยุกต์ใช้งานอินเทอร์เน็ต

การประยุกต์ใช้อินเทอร์เน็ตในปัจจุบันทำได้หลากหลาย อาทิเช่น ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ อีเมล์ (e-Mail) , สนทนา (Chat), อ่านหรือแสดงความคิดเห็นในเว็บบอร์ด, การติดตามข่าวสาร, การสืบค้นข้อมูล / การค้นหาข้อมูล, การชม หรือซื้อสินค้าออนไลน์ , การดาวโหลด เกม เพลง ไฟล์ข้อมูล ฯลฯ, การติดตามข้อมูล ภาพยนตร์ รายการบันเทิงต่างๆ ออนไลน์, การเล่นเกมคอมพิวเตอร์ออนไลน์, การเรียนรู้ออนไลน์ (e-Learning), การประชุมทางไกลผ่านอินเทอร์เน็ต (Video Conference), โทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ต (VoIP), การอับโหลดข้อมูล หรือ อื่นๆ
แนวโน้มล่าสุดของการใช้อินเทอร์เน็ตคือการใช้อินเทอร์เน็ตเป็นแหล่งพบปะสังสรรค์เพื่อสร้างเครือข่ายสังคม ซึ่งพบว่าปัจจุบันเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมดังกล่าวกำลังได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายเช่น เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ไฮไฟฟ์ และการใช้เริ่มมีการแพร่ขยายเข้าไปสู่การใช้อินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือ (Mobile Internet) มากขึ้น เนื่องจากเทคโนโลยีปัจจุบันสนับสนุนให้การเข้าถึงเครือข่ายผ่านโทรศัพท์มือถือทำได้ง่ายขึ้นมาก

จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลก

ไฟล์:Worldint2008pie.png
สัดส่วนการผู้ใช้อินเทอร์เน็ตแยกตามทวีป, ที่มา: http://www.internetworldstats.com/stats.htm
ปัจจุบัน จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลกโดยประมาณ 2.095 พันล้านคน หรือ 30.2 % ของประชากรทั่วโลก (ข้อมูล ณ เดือน มีนาคม 2554) โดยเมื่อเปรียบเทียบในทวีปต่างๆ พบว่าทวีปที่มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมากที่สุดคือ เอเชีย โดยคิดเป็น 44.0 % ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั้งหมด และประเทศที่มีประชากรผู้ใช้อินเทอร์เน็ตมากที่สุดคือประเทศจีน คิดเป็นจำนวน 384 ล้านคน
หากเปรียบเทียบจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกับจำนวนประชากรรวม พบว่าทวีปอเมริกาเหนือมีสัดส่วนผู้ใช้ต่อประชากรสูงที่สุดคือ 78.3 % รองลงมาได้แก่ ทวีปออสเตรเลีย 60.1 % และ ทวีปยุโรป คิดเป็น 58.3 % ตามลำดับ

อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย

อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยเริ่มขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2530 โดยการเชื่อมต่อมินิคอมพิวเตอร์ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) ไปยังมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย แต่ในครั้งนั้นยังเป็นการ เชื่อมต่อโดยผ่านสายโทรศัพท์ ซึ่งสามารถส่งข้อมูลได้ช้าและไม่เป็นการถาวร จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2535 ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ได้ทำการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์กับมหาวิทยาลัย 6 แห่ง ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ(NECTEC), มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เข้าด้วยกันเรียกว่า "เครือข่ายไทยสาร"
การให้บริการอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยได้เริ่มต้นขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อ เดือน มีนาคม พ.ศ. 2538 โดยความร่วมมือของรัฐวิสาหกิจ 3 แห่ง คือ การสื่อสารแห่งประเทศไทย องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย และสำนักงานส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยให้บริการในนาม บริษัท อินเทอร์เน็ต ประเทศไทย (Internet Thailand) เป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเชิงพาณิชย์รายแรกของประเทศไทย [1]

จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย

จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงดังนี้ ปี 2534 (30คน) ปี 2535 (200 คน) ปี 2536 (8,000 คน) ปี 2537 (23,000 คน) ... ข้อมูลล่าสุดของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2551 จากจำนวนประชากรอายุ 6 ปีขึ้นไปประมาณ 59.97 ล้านคน พบว่า มีผู้ใช้คอมพิวเตอร์ 16.99 ล้านคน คิดเป็น ร้อยละ 28.2 และมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 10.96 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 18.2 [2]

อินเทอร์เน็ตแบนด์วิท

ปัจจุบัน (มกราคม 2553) ประเทศไทยมีความกว้างช่องสัญญาณ (Internet Bandwidth) ภายในประเทศ 110 Gbps และระหว่างประเทศ 110 Gbps

การป้องกันการตั้งครรภ์